วัยรุ่นวัยร้อน

เมื่อลูกเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่วัยรุ่น พวกเขาย่อมมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุ พ่อแม่หลายคนเมื่อเห็นว่าลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่เหมือนเดิม ก็จะคิดว่าลูกสร้างปัญหา ทั้งที่จริงแล้ว พวกเขาแค่มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น รักอิสระ และไม่ชอบการบังคับ

เมื่อลูกอยู่ในวัยที่ใจร้อน พ่อแม่ต้องทำตัวให้อยู่ในช่วงวัยเย็น พูดคุยกับลูกด้วยเหตุผล พยายามนึกถึงเมื่อครั้งที่เราเป็นวัยรุ่น ว่ามีความต้องการอะไรบ้าง  พื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ลูกในวัยรุ่นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต้องอาศัยความเข้าใจจากพ่อแม่อย่างมาก ต้องรู้จักให้อิสระกับลูก คอยดูแลถามไถ่เป็นระยะๆ ใช้วิธีสังเกตพฤติกรรมแทนการเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว  ประการสำคัญคือ พ่อแม่ต้องเรียนรู้ว่าจะสื่อสารกับลูกด้วยคำพูดแบบใดจึงจะเหมาะสม เพราะวิธีการพูดย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนไปจากตอนที่เขายังเป็นเด็กที่พ่อแม่สามารถพูดสอนได้โดยตรง วัยรุ่นต่างจากวัยเด็กตรงที่จะรู้สึกเบื่อหน่ายง่าย เมื่อพ่อแม่พร่ำบ่นสั่งสอนจะรู้สึกเหมือนถูกบังคับ ซึ่งจะนำไปสู่การต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง ก็จะยิ่งทำให้ความเข้าใจระหว่างพ่อแม่ลูกน้อยลงไปเรื่อยๆ  วิธีสื่อสารกับลูกมีหลายวิธี การพูดสั่งสอนโดยตรงหรือการใช้เหตุผลมาตำหนิลูกอาจทำให้ลูกหาเหตุผลร้อยแปดมาโต้แย้งได้  พ่อแม่ผู้ปกครองควรพูดคุยกับลูกโดยการบอกความรู้สึกของตนเองต่อพฤติกรรมของลูก จะช่วยให้ลูกเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่และยอมรับฟังมากขึ้น  นอกจากนั้น พ่อแม่ไม่ควรบอกหรือสั่งให้ลูกทำในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ เพราะลูกจะรู้สึกว่าถูกออกคำสั่งหรือถูกบังคับซึ่งโดยธรรมชาติของวัยรุ่นจะต่อต้านทันที พ่อแม่จึงควรใช้วิธีบอกพฤติกรรมที่อยากให้เกิดขึ้นโดยไม่อ้างความต้องการของตัวเอง แต่ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของตัวลูกมากกว่า  การถามความคิดเห็นของลูกก็เป็นสิ่งสำคัญ พ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นลูกเปิดใจกว้าง มองว่าพ่อแม่ก็รับฟังและยอมรับในตัวลูกเช่นกัน ลูกจะรู้สึกต่อต้านน้อยลง เมื่อพูดคุยกันเรียบร้อยควรพูดปิดท้ายสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นด้วยการถามความเห็นของลูก ไม่ใช่ปิดท้ายว่าลูกต้องทำตามคำสั่ง  วิธีการสื่อสารที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นวัยร้อนนั้นไม่มีวิธีตายตัว พ่อแม่แต่ละครอบครัวจะรู้จักลูกของตัวเองดีที่สุดว่าใช้คำพูดแบบไหน วิธีพูดอย่างไร จึงจะได้ผลดีที่สุด แต่ไม่ว่าจะสื่อสารด้วยวิธีใดก็ตาม อย่าลืมใช้น้ำเสียงที่อบอุ่นและนุ่มนวล เพื่อแสดงให้ลูกเห็นว่า พ่อแม่รักและหวังดีกับลูกอย่างแท้จริง.  ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth